เจ้าหน้าที่ไทยกำลังตรวจสอบปัจจัยที่อาจนำไปสู่การถล่มของอาคารก่อสร้างในกรุงเทพฯ ซึ่งเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูดที่มีศูนย์กลางในเมียนมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อาคารที่กำลังก่อสร้างเพื่อใช้เป็นสำนักงานรัฐบาลพังทลายกลายเป็นเศษซากในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,700 รายในเมียนมา และสร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะอาคารสูงที่ถล่มในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีอาคารเพียงสองแห่งในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทย นางแพทองธาร ชินวัตร ตั้งคำถามว่าเหตุใดอาคารที่ถล่มจึงเป็นเพียงแห่งเดียวในเมืองหลวงที่ได้รับความเสียหายรุนแรง “ฉันมีคำถามในใจ” นายกรัฐมนตรีกล่าว “ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการอนุมัติ เราต้องตรวจสอบว่าเกิดข้อผิดพลาดตรงไหน” นายกรัฐมนตรีได้สั่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และคาดว่าจะได้รับรายงานภายในสัปดาห์นี้ ข้อสงสัยเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง:นักวิจารณ์บางคนตั้งข้อสังเกตว่าเหล็กที่ใช้เชื่อมโครงสร้างคอนกรีตอาจมีขนาดเล็กเกินไปหรือไม่ได้มาตรฐาน โดยเมื่อวันจันทร์ได้มีการนำตัวอย่างเหล็กจากเศษซากไปทดสอบ นายอกานต์ พรหมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า เหล็กทั้ง 6 ชนิดที่พบมาจากผู้ผลิตรายเดียว และกล่าวว่าปัจจัยที่นำไปสู่การถล่มอาจมาจากการออกแบบ การก่อสร้าง หรือมาตรฐานวัสดุ “สิ่งสำคัญที่สุดคือมาตรฐานของวัสดุ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าเขาพบ “สิ่งผิดปกติ” แต่จะรอผลการทดสอบก่อนเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม สถานการณ์ล่าสุด:ยอดผู้เสียชีวิตในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 18 รายเมื่อวันจันทร์ และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคนใต้เศษซากของอาคาร ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานภายใต้สภาพอากาศร้อนและชื้นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินของไทย หลังจากข้อความแจ้งเตือนแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์เกิดความล่าช้า นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่รับผิดชอบการส่งข้อความแจ้งเตือนเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
Read more